zokzaak

Just another Idatablog Dot Com เปิดเว็บบล็อคง่ายๆกับเรา weblog

Archive for the ‘ข่าว’


ฝนถล่มกรุง! น้ำท่วมขังหลายจุด รถติดหนึบ

น้ำท่วม
น้ำท่วม
รถติด
รถติด

ฝนถล่มกรุง! น้ำท่วมขังหลายจุด รถติดหนึบ (ไอเอ็นเอ็น)
ฝน ถล่มกรุง นานนับชั่วโมง ทำให้หลายพื้นที่เกิดอุบัติเหตุ และ น้ำท่วมขัง ขณะการจราจรบนถนนลาดพร้าวทั้งขาเข้า-ออกติดหนึบ หลังเกิดฝนตกหนักตลอดทั้งคืน
ภายหลังฝนตกลงมาอย่างหนักในพื้นที่ กทม. นานเกือบ 1 ชม. ส่งผลทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นในหลายพื้นที่ เช่น บริเวณสะพานรัชวิภา มีรถกระบะและรถเก๋งชนกันจำนวน 5 คัน แต่โชคดีไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต นอกจากนนี้ บริเวณถนนวิภาวดีขาออก ถนนรามอินทรา ถนนเกษตรตัดใหม่และสุขุมวิท ยังเกิดอุบัติขึ้นอีกหลายจุด และส่งผลทำให้บางพื้นที่มีการจราจรติดขัดเนื่องจากรถที่ประสบอุบัติเหตุขวาง ช่องทางการจราจร อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ก็ยังพบว่ามีน้ำท่วมขังตามถนนสายต่างๆ แล้วเช่นกัน
          ส่งผลให้การจราจร บนถนนลาดพร้าว ทั้งฝั่งขาเข้าและขาออก บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้า บางกะปิ ไปจนถึงตลาดโชคชัย 4 การจราจรติดขัดอย่างหนัก รถยนต์ไม่สามารถเคลื่อนตัวผ่านไปมาได้ เช่นเดียวกับฝั่งขาออก แต่งตั้งหน้าห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์บางกะปิ มุ่งหน้าไปแยกลำสาลี ถนนรามคำแหง และถนนศรีนครินทร์ การจราจรติดขัดอย่างหนักเช่นกัน ขณะเดียวกันล่าสุดยังคงมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องถึงแม้จะเบาลงก็ตาม ก็ยังทำให้กลุ่มประชาชนผู้ใช้บริการรถประจำทางยังคงติดค้างอยู่ที่ป้ายรถ ประจำทางอยู่โดยทั่วไป รวมทั้งฝนที่ตกลงมายังทำให้พื้นผิวจราจรบางจุดน้ำท่วมขังเป็นแห่งๆด้วย
ส่วนบรรยากาศการจราจรบริเวณถนนเส้นรามคำแหงในช่วงเช้าของวันนี้ ภายหลังตลอดทั้งคืนที่ผ่านมามีฝนการจราจรติดขัดเป็นอย่างมาก รถสามารถเคลื่อนตัวได้ช้าตามสัญญาณไฟจราจร เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรเร่งระบาดรถตามจุดต่างๆ เช่นบริเวณแยกลำสาลี จนถึงหน้าการกีฬาแห่งประเทศไทยและบริเวณหน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหง ขณะที่บริเวณถนนรามคำแหงตัดเส้นพระราม 9 ได้เพิ่มเวลาของสัญญาณไฟจราจรเพื่อระบายรถให้มากขึ้นกว่าเดิม อย่างไรก็ตาม ถนนรามคำแหงในช่วงเร่งด่วนการจราจรได้คับคั่งอยู่แล้วประกอบกับฝนตกทำให้ติด ขัดมากขึ้น
ขอขอบคุณข้อมูลจาก

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก คมชัดลึก

จีนเห่อสักอักษรนำโชค บนตัวปลา

ปลานำโชค
ปลานำโชค

จีนเห่อสักอักษรนำโชคบนตัวปลา (ข่าวสด)
  เอเอฟพีรายงานว่า เมื่อ 13 สิงหาคม การสักตัวอักษรคำมงคลและสัญลักษณ์นำโชคต่างๆ ลามไปถึงวงการปลาสวยงามในจีน แม้ ว่าการสักลายบนตัวปลาของจีนมีมาตั้งแต่ปี 2548 แล้ว แต่เพิ่งนิยมมากในธุรกิจช่วง 1 – 2 ปีนี้ หวังให้เจ้า ของปลาร่ำรวยและร่มเย็นเป็นสุข

          ร้านขายปลาหลายร้านในตลาดสัตว์เลี้ยงเมือง เฉิงตูของจีนจำหน่ายปลาที่สักลวดลายบนลำตัว ปลาที่นิยมนำมาสักคือปลานกแก้ว และคำที่นิยมคืออักษรจีนที่มีความหมายว่า "ขอให้ธุรกิจรุ่งเรือง" วิธีการสักใช้เลเซอร์ทำลวดลาย ด้านผู้เชี่ยวชาญเรื่องปลากล่าวว่า ยังไม่มีการวิจัยยืนยันว่าเป็นอันตรายอย่างไร อาจมีผลเหมือนกับคน คือจะทำลายการปกป้องของชั้นผิวหนัง
ขอขอบคุณข้อมูลจาก

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก  abc.net.au

หลวงพ่อคูณ จำใครไม่ได้ ศิษย์หามส่งโรงพยาบาล

หลวงพ่อคูณ
หลวงพ่อคูณ

หลวงพ่อคูณ

หลวงพ่อคูณหลงลืมจำใครไม่ได้ ศิษย์หามส่งรพ.แพทย์สั่งงดเยี่ยม (ข่าวสด)
  เมื่อเวลา 14.45 น. วันที่ 13 ส.ค. นายสมบูรณ์ โสตถิอนันต์ ลูกศิษย์ใกล้ชิดพระเทพวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ เจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ได้นำตัวหลวงพ่อคูณฯ ส่งโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมาอย่างเร่งด่วน เนื่องจากมีอาการซึมเบลอหลงลืมไม่พูดจากับใคร โดยก่อนหน้านี้หลวงพ่อคูณฯ มีอาการนอนผวา สะดุ้งตกใจเป็นระยะๆ และมีอาการชักกระตุก โดยลูกศิษย์ที่ดูแลได้เชิญแพทย์จากโรงพยาบาลด่านขุนทดมาตรวจอาการอย่างเร่ง ด่วน พร้อมให้ฉันยาตามที่แพทย์สั่งเป็นประจำ แต่อาการไม่ดีขึ้น แพทย์โรงพยาบาลด่านขุนทดจึงรีบให้ลูกศิษย์นำร่างของหลวงพ่อคูณฯ ขึ้นรถโรงพยาบาลด่านขุนทดส่งต่อมารักษาที่โรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมาเป็นการด่วน 
          เมื่อหลวงพ่อคูณฯ เดินทางมาถึงนายแพทย์กวี ไชยศิริ ผอ.โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ,นายแพทย์พินิศจัย นาคพันธุ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญหัวใจและหลอดเลือด และนายแพทย์สุรินทร์ แซ่ตั้ง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบประสาทได้นำหลวงพ่อคูณเข้าห้องตรวจเครื่อง เอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมอง เอ็กซเรย์หน้าอก และตรวจคลื่นหัวใจ ซึ่งผลการตรวจพบว่า หลวงพ่อคูณมีอาการผิดปกติที่บริเวณสมองด้านขวา มีรอยช้ำเล็กๆ 4-5 แห่ง เบื้องต้นแพทย์คาดเป็นอาการหลงลืมของผู้สูงอายุหรือเกิดจากการนอนผวาสะดุ้ง ตกใจและพักผ่อนไม่เพียงพอ พร้อมกับสั่งให้หลวงพ่อคูณนอนพักรักษาตัวที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ ชั้น 8 ห้อง 9821 โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา อย่างไม่มีกำหนดและมีแพทย์และพยาบาลเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด
          นายแพทย์พินิศจัย นาคพันธุ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา และเป็นแพทย์ประจำตัวของหลวงพ่อคูณ กล่าวภายหลังจากตรวจอาการของหลวงพ่อคูณว่า ผลการตรวจระบบสมองของหลวงพ่อคูณไม่พบรอยเส้นเลือดในสมองแตก ส่วนรอยจุดช้ำ 4-5 แห่งที่สมองด้านขวานั้นเกิดจากรอยแผลเป็นที่หลวงพ่อเคยเข้ารับการผ่าตัด เมื่อปี 2546  ผลการเจาะเลือด การตรวจคลื่นหัวใจ คลื่นสมอง และการเอ็กซเรย์ช่วงอกก็ไม่พบสิ่งผิดปกติ
ทั้ง นี้อาการหลงๆลืมๆจำใครไม่ได้ของหลวงพ่อคูณนั้น แพทย์คาดว่าน่าเกิดจากภาวะสับสนแบบเฉียบพลันในคนสูงอายุซึ่งอาจจะเกิดจาก อาการเครียด อดนอน หรือมีอาการเหนื่อยผิดปกติรวมถึงผวาตกใจ รวมทั้งเกิดจากอาการชัก เพราะหลวงพ่อมีแผลเป็นในสมองที่เกิดจากการผ่าตัดครั้งใหม่เมื่อปี 2546 ซึ่งอาการดังกล่าวนี้จะพบได้ในผู้สูงอายุที่มีประวัติความผิดปกติทางสมองมา ก่อนและหลวงพ่อคูณจะมีอายุถึง 86 ปีในวันที่ 4 ต.ค. 52 นี้  ซึ่งโดยสรุปแพทย์จะต้องดูอาการหลวงพ่อแบบใกล้ชิดวันต่อวันและยังไม่มีกำหนด ออกจากโรงพยาบาลและแพทย์ได้ให้หลวงพ่อฉันยาบำรุงสมองเพื่อให้ได้พักผ่อนมากๆ และกำชับให้งดเยี่ยมอย่างเด็ดขาด

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก ข่าวสด, เดลินิวส์

คนไทยพลาดชม ฝนดาวตก วันแม่ เหตุมีเมฆเต็มท้องฟ้า

ฝนดาวตก วันแม่
ฝนดาวตก วันแม่

คนไทย พลาดชม " ฝนดาวตก วันแม่ " เกิดวันที่ 11-12 สิงหาคม ของทุกปี เหตุมีเมฆและแสงจันทร์รบกวน (มติชนออไลน์)

          เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม รศ.บุญรักษา สุนทรธรรม  ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(องค์กรมหาชน) หรือ สดร. กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) กล่าวว่า ฝนดาวตก เปอร์เซอิด Perseid Meteors shower  หรือ ฝนดาวตก วันแม่ ที่เกิดขึ้นทุกวันที่ 11-12  สิงหาคม ของทุกปี จะมีอัตราการตกสูงถึง 100 ดวงต่อชั่วโมงในปีนี้ ซึ่งจะเกิดขึ้นหลังเที่ยงคืนของวันที่ 11 คาบเกี่ยวกับเช้าวันที่ 12 สิงหาคม แต่น่าเสียดายที่ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย ไม่สามารถชมปรากฏการณ์ดังกล่าว เนื่องจากตรงกับช่วงฤดูฝน มีเมฆกระจายเต็มท้องฟ้า ประกอบกับช่วงเวลาดังกล่าวยังมีแสงจันทร์รบกวน
          "มีเพียงประเทศฝั่งยุโรปและสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นช่วงฤดูร้อน ท้องฟ้าโปร่ง สามารถมองเห็นปรากฏการณ์ ฝนดาวตก เปอร์เซอิด Perseid Meteors shower  หรือ ฝนดาวตก วันแม่ ได้ชัดเจน ฝนดาวตก เปอร์เซอิด Perseid Meteors shower  หรือ ฝนดาวตก วันแม่ จึงกลายเป็น ฝนดาวตก ยอดนิยมของชาวตะวันตกไป และภาพถ่ายที่ได้ก็จะมาจากทางอเมริกาเป็นส่วนมาก แต่ประเทศไทยยังมีโอกาสเห็นปรากฏการณ์ ฝนดาวตก ชนิดอื่นๆ โดยในช่วงเดือนพฤศจิกายนจะมี ฝนดาวตก ลีโอนิดส์ Leonids ซึ่งปีนี้จะเกิดขึ้นหลังเที่ยงคืน ของวันที่ 17 พฤศจิกายน ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของท้องฟ้า โดยจะมีอัตราการตก ของ ฝนดาวตก ลีโอนิดส์ Leonids  ประมาณ 40-50 ดวงต่อชั่วโมง แม้จะไม่มากนัก แต่อาจมีโอกาสเห็น ไฟร์บอล Fire Ball ซึ่งเป็น ฝนดาวตก ที่มีความสว่างคล้ายลูกไฟ และมีความสวยงามมาก" รศ.บุญรักษา กล่าว
  ผู้อำนวยการ สดร. กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ในเดือนธันวาคมยังมี ฝนดาวตก เจมินิดส์ Geminids ซึ่งตรงกับวันที่ 13 ธันวาคม โดย ฝนดาวตก เจมินิดส์ Geminids จะเกิดขึ้นตั้งแต่เวลา 20.00 น. เป็นต้นไป โดยปีนี้มีการคำนวณว่า อาจจะมีมากถึง  70-80 ดวงต่อชั่วโมง อย่างไรก็ตาม คนไทยมีโอกาสมองเห็น ฝนดาวตก ลีโอนิดส์ และ ฝนดาวตก เจมินิดส์ ได้มากกว่า ฝนดาวตก เปอร์เซอิด Perseid Meteors shower  หรือ ฝนดาวตก วันแม่ เนื่องจากปรากฏการณ์ ฝนดาวตก ทั้ง ฝนดาวตก ลีโอนิดส์ และ ฝนดาวตก เจมินิดส์ จะเกิดขึ้นในช่วงข้างแรม ไม่มีแสงจันทร์มารบกวน
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก

ภาพบรรยากาศ พิธีปิด เอเชี่ยนมาเชี่ยลอาร์ทเกมส์ ครั้งที่ 1

เอเชียนมาร์เชียลอาตส์เกมส์


เอเชียนมาร์เชียลอาตส์เกมส์


เอเชียนมาร์เชียลอาตส์เกมส์


เอเชียนมาร์เชียลอาตส์เกมส์


เอเชียนมาร์เชียลอาตส์เกมส์

ปิดมาเชี่ยลอาร์ทโอซีเอชมไทยรัฐนิ่งจัดอีก (คมชัดลึก)
          การแข่งขันกีฬาเอเชี่ยน มาเชี่ยลอาร์ทเกมส์ ครั้งที่ 1 มีพิธีปิดการแข่งขันอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม ที่ผ่านมา ที่อินดอร์สเตเดี้ยม หัวหมาก  โดยมี นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน การแสดงเริ่มด้วยชุดพิเศษ "สายใยสืบสาน" The Spirit go on จากนั้น เป็นการแสดงชุดหลัก 3 ชุด ได้แก่ ชุดที่ 1 " เกมส์ของศิลปะ" The Games of Arts , ชุดที่ 2 "ดินแดนแห่งจิตใจ" The Land of Mind และชุดที่ 3 "เปลวไฟแห่งความตราตรึง" The Flame of Impression โดยคณะกรรมการจัดการแข่งขันของไทยได้มอบธงสภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย (โอซีเอ) ให้แก่ ทิโมธี ฟ็อค รองประธานสภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย (โอซีเอ) เนื่องจากการแข่งขันครั้งต่อไปกีฬาเอเชี่ยนมาเชี่ยลอาร์ทเกมส์ จะถูกรวมเข้ากับกีฬาเอเชี่ยนอินดอร์เกมส์ ต่อไปและจะจัดการแข่งขันทุก 4 ปี 
          ทิโมธี ฟ็อค ซึ่งปฏิบัติงานแทน ชีค อาหมัด อัล ฟาฮัด อัล ซาบาห์ ประธานโอซีเอ กล่าวว่า โอซีเอรู้สึกปลื้มปีติเป็นล้นพ้น ในวันที่ 1 สิงหาคม สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จฯ แทนพระองค์ทรงเป็นประธาน และต้องขอบคุณประเทศไทยที่จัดงานกีฬาครั้งแรกของโลกอย่าง เอเชี่ยนมาเชี่ยลอาร์ทเกมส์ ได้ประสบความสำเร็จ 
ขณะ ที่ นายฮุสเซียน อัล มุสซาลาม ผู้อำนวยการสำนักงานโอซีเอ กล่าวว่า กีฬาศิลปะการต่อสู้ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในเอเชีย การจัดการแข่งขันเอเชี่ยนมาเชี่ยลอาร์ทเกมส์ ก็เป็นเสมือนการสืบสานกีฬาเหล่านี้ให้คงอยู่ต่อไป และเป็นการสร้างความสัมพันธ์ของประเทศสมาชิกในเอเชีย ครั้งนี้ถือเป็นที่น่าภูมิใจ เมื่อมีหลายชาติส่งนักกีฬาเข้าแข่งขันและได้เหรียญเป็นครั้งแรก เช่นเดียวกับชาติที่มีปัญหาภายในประเทศ อย่าง อัฟกานิสถาน อิรัก ก็ได้เหรียญทองอย่างน่าชื่นชม ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจโลกที่เป็นเช่นนี้ ถือว่าประเทศไทยจัดการแข่งขันได้อย่างยอดเยี่ยม แต่ในอนาคตจำเป็นต้องรวมการแข่งขันเอเชี่ยนมาเชี่ยลอาร์ทเกมส์เข้ากับกีฬาเอ เชี่ยนอินดอร์เกมส์ เนื่องจากโอซีเอเห็นว่าการจัดการแข่งขันมากรายการ จะเป็นภาระของชาติเจ้าภาพมากเกินไป
          ด้าน พล.ต.จารึก อารีราชการัณย์ รองประธานและเลขาธิการคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดมหกรรมกีฬาของโอซีเอในอนาคตนั้น อาจจะเป็นเอเชี่ยนบีชเกมส์ ซึ่งมีเจ้าภาพไปจนถึงครั้งที่ 4 แล้ว อย่างไรก็ตาม การเสนอตัวเป็นเจ้าภาพกีฬานั้น ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในประเทศ สถานภาพของรัฐบาลไทยจะต้องนิ่งเสียก่อน
  สำหรับ น.ส.ศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า การจัดกีฬาเอเชี่ยนมาเชี่ยลอาร์ทเกมส์ ครั้งที่ 1 ถือเป็นการพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสของไทยที่จะสร้างชื่อเสียงกลับมา แม้จะมีปัญหาก่อนการแข่งขันมากมาย แต่ก็จัดการแข่งขันผ่านไปด้วยดี ทั้งนี้ กระทรวงจะสรุปผลงานของนักกีฬาไทยที่ทำได้ 21 ทอง 17 เงิน 16 ทองแดง ผลงานของนักกีฬาไทยโดยนายชุมพล ศิลปอาชา รัฐมนตรี เสนอไปยัง พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี เพื่อเชิญ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เปิดทำเนียบรัฐบาลเลี้ยงฉลองความสำเร็จให้แก่นักกีฬา พร้อมกับนักกีฬาเอเชี่ยนยูธเกมส์ ครั้งที่ 1 พร้อมทั้งมอบเงินรางวัลจากกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ทั้ง 2 รายการเป็นเงินกว่า 20 ล้านบาท


เอเชียนมาร์เชียลอาตส์เกมส์


เอเชียนมาร์เชียลอาตส์เกมส์


เอเชียนมาร์เชียลอาตส์เกมส์

เอเชียนมาร์เชียลอาตส์เกมส์


เอเชียนมาร์เชียลอาตส์เกมส์

          การแข่งขันกีฬาศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวแห่งเอเชีย ครั้งที่ 1 หรือ เอเชียนมาร์เชียลอาตส์เกมส์ 2009 เป็นการแข่งขัน เอเชียนมาร์เชียลอาตส์เกมส์ ครั้งที่ 1 จัดขึ้นที่กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย ระหว่างวันที่ 1 สิงหาคม – 9 สิงหาคม พ.ศ. 2552 โดยมีประเทศเข้าร่วมแข่งขัน 40 ประเทศ และมีกีฬาแข่งขันทั้งหมด 9 ชนิด
ประวัติการแข่งขัน
ประเทศ ไทยได้รับเกียรติจากสภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย (OCA) ให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาเอเชียน มาเชี่ยลอาร์ต ครั้งที่ 1 ซึ่งเป็นการได้รับเกียรติอย่างสูง เพราะนานาประเทศ ได้ยกย่องว่าประเทศไทยมีศักยภาพ มีบุคลากร มีผู้เชี่ยวชาญ มีประสบการณ์ และเป็นสถานที่ศูนย์กลางของการริเริ่ม สร้างสรรค์เกมส์กีฬาใหม่ขึ้นในโลก อย่างมีประสิทธิภาพและ ประสิทธิผล ในการนี้สำนักเลขาธิการในคณะกรรมการจัดการแข่งขันกีฬาเอเชียน มาเชี่ยลอาร์ต ครั้งที่ 1 จึงได้ดำเนินการ ออกแบบตราสัญลักษณ์การแข่งขัน, สัตว์นำโชค, คำขวัญ, สัญลักษณ์ชนิดกีฬา และอัตตลักษณ์ เพื่อนำไปใช้ในเกมส์ การแข่งขันดังกล่าว
รับพระราชทานไฟพระฤกษ์
วัน ที่ 29 กรกฎาคม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จฯ ออกแทนพระองค์ ณ วังศุโขทัย พระราชทานพระราชวโรกาสให้ นายชุมพล ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นำคณะกรรมการจัดการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนมาเชี่ยลอาร์ทเกมส์ ครั้งที่ 1 คณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทยฯ ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เข้าเฝ้าฯ รับพระราชทานไฟพระฤกษ์จัดการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนมาเชี่ยลอาร์ทเกมส์ ครั้งที่ 1 และในการนี้ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ และ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ โดยเสด็จด้วย
พิธีเปิดการแข่งขัน
พิธี เปิดการแข่งขันกีฬาเอเชียนมาร์เชียลอาตส์เกมส์ ครั้งที่ 1 จัดขึ้นในวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2552 เวลา 18.00 น. ณ อินดอร์สเตเดี้ยม หัวหมาก โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ เป็นองค์ประธานในพิธี พร้อมด้วยพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ
พิธี เปิดมีการแสดง 3 ชุด คือ ชุดที่ 1 เกมของน้ำใจ (The Games Of Spirit) ชุดที่ 2 ดินแดนแห่งรอยยิ้ม (The Land Of Smile) และชุดที่ 3 เปลวไฟแห่งศิลปะการต่อสู้ (The Flame Of Martial Arts) โดยมี จา พนม , แอ๊ด คาราบาว และ แพนเค้ก เขมนิจ จามิกรณ์ ร่วมแสดง โดยจะมีการซ้อมใหญ่พิธีเปิด ในวันที่ 31 ก.ค.นี้ เวลา 18.00 น.
สำหรับ ผู้อัญเชิญไฟพระฤกษ์วิ่งเข้าสู่สนาม คือ “น้องปุ้ย” ญาณิศา ต่อรัตนวัฒนา นักกีฬาคาราเต้-โด ซึ่งรับหน้าที่แทน “น้องสอง” บุตรี เผือดผ่อง นักกีฬาเทควันโด ซึ่งเป็นผู้ที่เลือกไว้ในตอนแรก แต่เนื่องจาก น้องสอง มีโปรแกรมแข่งเทควันโด รุ่น ฟินเวทหญิง (47 กก.) วันที่ 2 สิงหาคม และต้องชั่งน้ำหนักตัวในช่วงเย็นของวันที่ 1 สิงหาคม ซึ่งตรงกับช่วงเวลาเปิดการแข่งขันพอดี จึงไม่สามารถเข้าร่วมพิธีได้ ทำให้ฝ่ายจัดพิธีเปิด-ปิด ได้จัดให้ “น้องปุ้ย” ญาณิศา ต่อรัตนวัฒนา ทำหน้าที่แทน [2] โดยในพิธีจริง ญานิศาได้ส่งคบเพลิงต่อไปให้ ทัชชกร ยีรัมย์ (โทนี่ จา) นำไปจุดบนกระถางคบเพลิง ส่วนนักกีฬาที่ทำหน้าที่ถือธงชาติไทยนำขบวนพาเหรดนักกีฬาไทยเข้าสู่สนามก็ คือ พันจ่าเอกบดินทร์ ปัญจบุตร นักกีฬายูยิตสู นอกจากนี้ สมจิตร จงจอหอ นักกีฬาเหรียญทองในโอลิมปิกฤดูร้อน 2008 ได้เป็นผู้เชิญธงสภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย ในพิธีปฏิญานตนของนักกีฬาและเจ้าหน้าที่อีกด้วย
พิธีปิดการแข่งขัน
พิธี ปิดการแข่งขันกีฬาเอเชียนมาร์เชียลอาตส์เกมส์ ครั้งที่ 1 จะจัดขึ้นในวันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2552 เวลา 18.00 น. ณ อินดอร์สเตเดี้ยม หัวหมาก โดยนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี
ชาติสมาชิกเข้าร่วมการแข่งขัน

    * กัมพูชา
    * กาตาร์
    * เกาหลีใต้
    * เกาหลีเหนือ
    * คาซัคสถาน
    * คีร์กีซสถาน
    * คูเวต
    * จอร์แดน
    * จีน
    * ซาอุดีอาระเบีย
    * ซีเรีย
    * ญี่ปุ่น
    * ติมอร์ตะวันออก (ติมอร์-เลสเต)
    * เติร์กเมนิสถาน
    * ไต้หวัน
    * ทาจิกิสถาน
    * ไทย
    * เนปาล
    * ปากีสถาน
    * ปาเลสไตน์
    * บังคลาเทศ
    * บาร์เรน
    * บรูไน
    * มัลดีฟส์
    * มองโกเลีย
    * พม่า
    * โอมาน
    * ฟิลิปปินส์
    * สิงคโปร์
    * ศรีลังกา
    * สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
    * อุซเบกิสถาน
    * เวียดนาม
    * เยเมน
    * อัฟกานิสถาน
    * ภูฏาน
    * ฮ่องกง
    * อินเดีย
    * อินโดนีเซีย
    * อิหร่าน
    * อิรัก
    * ลาว
    * เลบานอน
    * มาเก๊า
    * มาเลเซีย
ใน การแข่งขันกีฬาเอเชียนมาร์เชียลอาตส์เกมส์ ครั้งที่ 1 มีประเทศสมาชิกเข้าร่วมทั้งสิ้น 40 ชาติ จากประเทศสมาชิก 45 ชาติ ในเบื้องต้น มี 5 ประเทศที่ไม่ได้ส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขัน คือ อัฟกานิสถาน เกาหลีเหนือ ซาอุดีอาระเบีย ติมอร์ตะวันออก (ติมอร์-เลสเต) และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (แต่ภายหลังประเทศอัฟกานิสถานได้ขอเข้าร่วมแข่งขันด้วย)

ตราสัญลักษณ์

    * ตัวอักษร A สื่อถึงทวีปเอเซีย อันประกอบด้วย ประชาชนและประเทศต่างๆ
    * ตัวอักษร M สื่อถึงกีฬามาร์เชียลอาร์ต
    * รูปทรงของตัวอักษรทั้งสองที่เกาะเกี่ยวกัน เป็นรูปทรงในลักษณะนามธรรมที่มีความทันสมัย กระฉับกระเฉง เรียบง่าย แสดงออกถึง แนวความคิดและปรัชญาของการรวมกันอย่างแข็งแกร่ง ของการแข่งขันกีฬามาร์เชียลอาร์ตในครั้งนี้ เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์และจรรโลงไว้ซึ่งสันติภาพ มิตรภาพ เสมอภาค ของทุกประเทศในทวีปเอเซีย
    * ภาพโดยรวม เป็นผลลัพธ์ของการผสมผสานศิลปะแบบไทยกับศิลปะสมัยใหม่ สื่อถึงประเทศไทย ในฐานะประเทศเจ้าภาพและความเข้ากันได้กับยุคสมัย
    * สีแดง เป็นสีหลักของ OCA สีของการต่อสู้และสีของหัวใจ อีกทั้งยังเป็นสีหลักของศิลปะของเอเชีย
    * สีทอง สีแห่งความเรืองรองของราชอาณาจักรไทย และเป็นสีหลักของการแสดงคุณค่าของงานที่มุ่งมั่นสร้างสรรค์การแข่งขันครั้ง นี้ และเป็นสีหลักของศิลปะไทย
หนุมานยินดี (Hanuman Yindee)
    * หนุมาน คือทหารเอกของพระราม เป็นลิงซึ่งเป็นตัวละครเอก ในวรรณกรรมรามเกียรติ์ ซึ่งเป็นวรรณกรรมร่วมของเอเชีย
    * หนุมาน เป็นลิงที่มีผิวกายขาวเผือกเป็นลักษณะเด่น มีความเชี่ยวชาญในศิลปะการต่อสู้ทุกชนิด มีความมุ่งมั่นพยายามอย่างสูงในการกระทำสิ่งใดให้สำเร็จ
    * หนุมาน คือภาพลักษณ์หนึ่งของความเป็นไทย ซึ่งจะพบเห็น ในการแสดงโขน การแสดงหุ่นละครเล็ก ซึ่งใช้ในการแสดง ต้อนรับแขกผู้มาเยือน
    * หนุมานในท่ามอบดอกไม้ ซึ่งเป็นพวงมาลัยแห่งน้ำใจไมตรี อันเป็นสัญลักษณ์ ของคนไทย จึงเป็นสัญลักษณ์แห่งการต้อนรับด้วยมิตรภาพสู่การแข่งขันที่เต็มไปด้วยศิลปะ การต่อสู้และจะนำไปสู่ความเป็นหนึ่งเดียวกันของประชาชาติชาวเอเชีย
    * หนุมาน สัตว์นำโชคในครั้งนี้ จึงมีชื่อว่า “ยินดี”
    * หนุมาน “ยินดี”

           o ยินดี ที่ได้เกิดการแข่งขันกีฬาครั้งนี้ เป็นครั้งแรก และจะก้าวไปสู่การแข่งขันอันไม่มีที่สิ้นสุด o ยินดี ที่ได้ต้อนรับมิตรประเทศ และผู้มาเยือนสู่ประเทศไทย o ยินดี ในความสำเร็จ และชัยชนะ รวมทั้งความมีน้ำใจนักกีฬาที่มีให้กัน o ยินดี ที่ได้รู้จักทุก ๆ คน ที่มาร่วมสร้างมิตรภาพ และเอกภาพ ของประชาชาติชาวเอเชีย
กีฬาที่ใช้ในการแข่งขัน
    * ยูโด
    * ยูยิสสู
    * คาราเต้
    * คิกบ็อกซิง
    * คูราช
    * มวยไทย
    * ปันจักสีลัต
    * เทควันโด
    * วูซู
การเลื่อนการแข่งขัน
           เนื่องจากปัญหาทางการเมืองในประเทศไทย ทางคณะกรรมการจึงได้ให้มีการเลื่อนการแข่งขันออกไปจากเดิมวันที่ 25 เมษายน – 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2552 เป็นวันที่ 1 สิงหาคม – 9 สิงหาคม พ.ศ. 2552
การยุบรวมกับเอเชียนอินดอร์เกมส์
           ตามมติสภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2552 เห็นควรให้ยุบรวมเอเชียนมาร์เชียลอาตส์เกมส์ เข้ากับเอเชียนอินดอร์เกมส์ และเปลี่ยนชื่อการแข่งขันเป็นเอเชียนอินดอร์-มาร์เชียลอาตส์เกมส์ โดยเริ่มครั้งแรกในการแข่งขันเอเชียนอินดอร์เกมส์ครั้งที่ 4 ณ กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ ในปี พ.ศ. 2554

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก

ยอดโหวต แพนด้าน้อย เฉียด 30 ล้าน หลินปิง นำโด่ง

แพนด้าน้อย - แพนด้า
แพนด้าน้อย – แพนด้า

ยอดไปรษณียบัตรเฉียด 30ล. โหวต"หลินปิง" นำโด่ง (ข่าวสด)
         เมื่อวันที่ 7 ส.ค. น.ส.อานุสรา จิตต์มิตรภาพ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานตลาดและพัฒนาธุรกิจ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่า ตามที่ไปรษณีย์ไทยได้จำหน่ายไปรษณียบัตรพิเศษชุดหมีแพนด้า แผ่นละ 5 บาท ซึ่งมียอดขายรวม 28.6 ล้านฉบับ โดยกำหนดให้ประชาชนส่งโหวตเลือกชื่อ ลูกหมีแพนด้า ภายในวันที่ 5 สิงหาคมที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้ไปรษณีย์ไทยได้รับไปรษณียบัตรส่งกลับมาแล้วรวมเกือบ 20 ล้านใบ
         สำหรับผลการคัดแยก พบว่า กว่าร้อยละ 60 โหวตชื่อของ แพนด้าน้อย โดยชื่อ หลินปิง รองลงมาร้อยละ 20 ชื่อ ขวัญไทย ส่วน หญิงหญิง ร้อยละ 10 และ ไทยจีน ร้อยละ 10 ซึ่งไปรษณีย์ไทยได้ระดมบุคลากร แยกแต่ละชื่อที่มีการโหวต และ ประกาศชื่อ แพนด้าน้อย ที่ได้รับเสียงโหวตมากที่สุด ในวันที่ 10 สิงหาคมนี้ โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นผู้จับรางวัล

• รางวัลที่ 1 ฮอนด้าแจ๊ซ 1 คัน เงินสด 1 ล้านบาท และ แพคเก็จเที่ยวเฉิงตู 1 รางวัล
• รางวัลที่  2  จับ โดย ร.ต.หญิง ระนองรักษ์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ฮอนด้าแจ๊ซ 1 คัน  เงินสด 100,000 บาท และแพคเก็จเที่ยวเฉิงตู 2 รางวัลฃ

• รางวัลที่ 3 เงินสด 100,000 บาท  แพคเก็จท่องเที่ยวเฉิงตู 12 รางวัล

  • รางวัลพิเศษ ทองคำแท่ง 10 รางวัล รางวัลละ 10 บาท 
•  รางวัลปลอบใจ อีก 3  ชื่อ รางวัลละ 10,000 บาท 15 รางวัล โดยจะเริ่มจับรางวัลตั้งแต่เวลา 15.00 น. ที่บริษัทไปรษณีย์ไทย สำนักงานใหญ่ หลักสี่
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก

เจ๊หน่อยรอด อาการดีขึ้น หมอให้นอนโรงพยาบาล 5 วัน

 

เจ๊หน่อยรอด อาการดีขึ้น หมอให้นอนรพ.5วัน (ไทยรัฐ)
   สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อดีต รมว.สาธารณสุข รอดตาย หมอระบุอาการดีขึ้น ไม่น่าห่วง ขอให้อยู่โรงพยาบาล 5 วัน เพื่อรับยาทามิฟลู "สุดารัตน์" เตือนประชาชนระวังตัว ติงมาตรการรัฐบาลหย่อนยาน ควรเป็นวาระแห่งชาตินานแล้ว ให้เกรดผลงานรบ. 6 เดือน ต้องปรับปรุง 
           ความคืบหน้าอาการป่วยด้วยโรคไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009 ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1 ของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์  อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข  เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ช่วงเที่ยงวานนี้  เมื่อเวลา 14.00 น. วันนี้ (6 ส.ค.) ที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ คณะแพทย์ผู้ดูแลรักษาคุณหญิงสุดารัตน์ประกอบด้วย พญ.จามรี เชื้อเพชระโสภณ ผู้อำนวยการด้านการแพทย์ นพ.วัชระพงศ์ แซ่ซือ อายุรแพทย์ และนพ.ยงยุทธ์ พลอยส่องแสง หัวหน้าแผนกโรคปอดและไอซียู โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ร่วมแถลงอาการล่าสุดของคุณหญิงสุดารัตน์  
   พญ.จามรี กล่าวว่า ก่อนหน้านี้คุณหญิงสุดารัตน์ได้เข้ามารักษาอาการคล้ายไข้หวัดและโรงพยาบาล ได้ให้การรักษาจนอาการดีขึ้นพอสมควร จึงอนุญาตให้กลับไปรักษาตัวต่อที่บ้าน  ต่อมาผลการตรวจวินิจฉัย โรคไข้หวัดใหญ่ 2009 ที่ ส่งไปตรวจก่อนหน้านั้น มีผลเป็นบวกจึงได้ติดต่อคุณหญิงสุดา รัตน์ให้กลับมารับการรักษาต่อที่โรงพยาบาล เพื่อให้ยาต้านไวรัสทามิฟลู และติดตามอาการอย่างใกล้ชิด  ช่วงเช้าของวันเดียวกันนี้ คณะแพทย์ได้เข้าตรวจเยี่ยมและพบว่าผู้ป่วยมีอาการโดยรวมดีขึ้น ไม่มีไข้ มีเพียงอาการไอเล็กน้อย คณะแพทย์อยากให้คุณหญิงสุดารัตน์อยู่โรงพยาบาลอย่างน้อย 5 วันเพื่อครบตามกำหนดเวลาการให้ยาทามิฟลู   ด้าน นพ.ยงยุทธ์ กล่าวว่า เชื้อโรคได้ลงไปแถวหลอดลมจึงทำให้มีอาการไอเป็นส่วนใหญ่ แต่อาการทั่วไปโดยรวมถือว่าดีขึ้น แต่อาจจะต้องนอนโรงพยาบาลเป็นอาทิตย์เพื่อฟื้นตัวและป้องกันไม่ให้มีโรคแทรก ซ้อน  
           ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการไอเป็นเลือดเช่นที่เป็นข่าวหรือไม่ พญ.จามรี กล่าวว่า มีเลือดออกนิดหน่อยเพราะเชื้อโรคได้ไปทำลายเยื่อบุทางเดินหายใจ ดังนั้นเวลาไอจึงมีเลือดออกมาบ้าง สำหรับการเฝ้าระวังที่บ้านของผู้ป่วยนั้นมีการดูแลตามที่กระทรวงสาธารณสุข แนะนำคือ ไม่ไปสัมผัสกับผู้อื่น รวมทั้งบุตรทั้ง 3 คนก็ได้หยุดเรียนและไม่เดินทางออกไปนอกบ้านด้วย  
ด้านคุณหญิงสุดารัตน์ ให้สัมภาษณ์ว่า อยากเตือนประชาชนให้ระมัดระวังตัวตลอดเวลา เพราะขนาดตนระมัดระวังอย่างมากแล้ว มีเจลล้างมือติดตัว เมื่อกลับถึงบ้านก็รีบล้างมือทุกครั้งก็ยังติดโรคได้จึงห่วงประชาชนว่าต้อง ระวังให้มากขึ้น  เมื่อวันเสาร์และอาทิตย์ที่ผ่านมาได้ลงพื้นที่พบประชาชนที่เขต จตุจักรและเขตลาดพร้าว รู้สึกสังหรณ์ใจเพราะสังเกตเห็นคนเป็นหวัดกันมากจึงได้แนะนำให้ใช้ผ้า ปิดปากปิดจมูกและล้างมือทุกครั้งแต่ตนก็ยังติดเชื้อจนได้  
           ผู้สื่อข่าวถามว่า ในฐานะอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขจะแนะนำรัฐบาลอย่างไร คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า ขณะนี้รัฐบาลยังไม่ป้องกันให้อยู่ในวงที่จำกัด ทำให้เชื้อแพร่ไปได้ง่าย รวมทั้งการควบคุมก็ยังทำได้ไม่ดี ในกรุงเทพมหานคร (กทม.) ทำได้ดีในบางพื้นที่แต่ในต่างจังหวัดยังแย่อยู่ รัฐบาลควรจัดโซนนิ่งเป็นสีแดงสำหรับพื้นที่ที่มีผู้ป่วยมาก และใช้สีเหลืองสำหรับพื้นที่รองลงมา รวมทั้งใช้มาตรการการดูแลในแต่ละพื้นที่ที่แตกต่างกันและเข้มงวดแตกต่างกัน  ประชาชนจะได้ระมัดระวังมากขึ้น นอกจากนี้  เห็นว่าเรื่องนี้ควรจะเป็นวาระแห่งชาติได้ตั้งนานแล้ว ดังนั้นคะแนนผลงานรัฐบาล 6 เดือน คือ  ต้องปรับปรุง 
   ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  อาการล่าสุดของคุณหญิงสุดารัตน์ ขณะนี้ยังมีสีหน้าท่าทางที่อิดโรย  อาการโดยรวมดีขึ้นกว่าวานนี้มาก โดยมีนายสมยศ ลีลาปัญญาเลิศ สามี ลูก และญาติเฝ้าดูแลอาการอย่างใกล้ชิด ภายในห้องมีการนำเครื่องกรองอากาศสำหรับฆ่าเชื้อโดยเฉพาะมาติดตั้งจำนวน 2 เครื่อง  นายสมยศเป็นผู้สั่งซื้อมาติดตั้ง ขณะเดียวกันบรรดา ส.ส.กทม. ข้าราชการ ตลอดจนนักธุรกิจที่มีความใกล้ชิดสนิทสนม เมื่อทราบข่าวการป่วยของคุณหญิงสุดารัตน์ต่างทยอยเดินทางนำกระเช้าดอกไม้และ กระเช้าผลไม้มาเยี่ยมอย่างต่อเนื่อง รวมทั้ง นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้ส่งตัวแทนนำกระเช้ามาเยี่ยมให้กำลังใจด้วย
ขอขอบคุณข้อมูลจาก

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก มติชนออนไลน์

บุกท่าเรือจับ หนู – หมัด พาหนะนำโรค กาฬโรคปอด

กาฬโรคปอด
กาฬโรคปอด

บุกท่าเรือจับ หนู – หมัด พาหนะนำโรค กาฬโรคปอด หญิงหน่อย แนะจัดโซนแดงล้อมไข้หวัด 2009 กทม.ตายรายที่ 19 (มติชนออนไลน์)
กรุงเทพ มหานครบุกท่าเรือเร่งตรวจหนู – หมัดที่มากับเรือกัน กาฬโรคปอด คุณหญิงหน่อย สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อิดโรยติดหวัด 2009 แนะจัดโซนนิ่งพื้นที่ที่พบผู้ป่วยมากให้ใช้สีแดง สำนักระบาดวิทยาเผยยอดป่วยสะสม 10,043 คน กรุงเทพมหานครตายรายที่ 19 ทารกเพศหญิงวัย 5 เดือน ยังโคม่า
  สามเณร – เด็กกำพร้าป่วยจริง
          นพ.สุพรรณ ศรีธรรมมา โฆษกกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวถึงกรณีสามเณรที่บวชเรียนหนังสือในโรงเรียนคีรีวงศ์วิทยา วัดคีรีวงศ์ อ.เมือง จ.นครสวรรค์ ป่วยเป็นไข้หวัดจำนวนมากว่า สอบถามไปยังสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) นครสวรรค์ ทราบว่า เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม โรงพยาบาลสรรค์ประชารักษ์ ได้จัดทีมแพทย์พยาบาลไปให้การตรวจรักษาทันทีที่ได้รับแจ้ง โดยสามเณรเริ่มทยอยป่วยตั้งแต่วันที่ 31 กรกฎาคม 53 รูป จากทั้งหมด 105 รูป ส่วนใหญ่อาการไม่มาก มีไข้ ไอ เจ็บคอ ไม่ต้องส่งไปนอนรักษาในโรงพยาบาล พร้อมทั้งส่งเจ้าหน้าที่ติดตามอาการและค้นหาสามเณรที่มีอาการป่วยทุกวัน

          นพ.สาโรจน์ มะรุมดี นายแพทย์ สสจ.อ่างทอง กล่าวถึงกรณีเด็กกำพร้าโรงเรียนวัดสระแก้วป่วยเป็นไข้หวัดกว่า 200 คน ว่า สุ่มตรวจเชื้อเด็ก 4 คน ผลจากห้องปฏิบัติการพบว่ามีเด็กติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 จำนวน 3 คน อีก 1 คน เป็นไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล แต่มีเด็กที่ยังรักษาในโรงพยาบาล 12 คน แพทย์ได้ให้ยาต้านไวรัสไปก่อนหน้าที่ผลตรวจเชื้อจะออกแล้วทุกคน ขณะนี้ทุกคนอาการดีขึ้น คาดว่าเด็กจะติดเชื้อจากผู้ใจบุญที่เดินทางไปทำบุญที่วัด
  คุณหญิง สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์  แนะจัดโซนนิ่ง

          ด้าน คุณหญิง สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ พัก รักษาตัวที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ อยู่ในสภาพอิดโรย ทั้งนี้ โรงพยาบาลออกแถลงการณ์ระบุว่า ก่อนหน้านี้คุณหญิงสุดารัตน์เคยเข้ารับการรักษาอาการคล้ายไข้หวัด เมื่ออาการดีขึ้นจึงอนุญาตให้กลับไปรักษาตัวต่อที่บ้าน ต่อมาผลตรวจทางห้องปฏิบัติการยืนยันว่าติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 จึงติดต่อคุณหญิงสุดารัตน์ให้กลับเข้ารับการรักษาต่อในโรงพยาบาลเพื่อให้ยา ต้านไวรัสและติดตามอาการอย่างใกล้ชิด ล่าสุด อาการโดยรวมดีขึ้น ไม่มีไข้ แต่ยังมีอาการไอเล็กน้อย
โดย คุณหญิง สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ให้สัมภาษณ์ว่า ตลอด 1 เดือนที่ผ่านมา ลงพื้นที่แนะนำประชาชนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 แม้ตัวเองพกเจลล้างมือ ใส่หน้ากากอนามัยตลอดก็ยังติดเชื้อ จึงเสนอแนะรัฐบาลเพิ่มมาตรการเข้มงวด แบ่งโซนนิ่งพื้นที่ที่พบผู้ป่วยมากให้ใช้สีแดง เพื่อประชาชนจะได้รู้ระดับความเข้มงวดในการดูแลตนเอง
  เผยยอดป่วยสะสม 10,043 คน

          วันเดียวกัน สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค สธ. รายงานสถานการณ์โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 มีผู้ป่วยสะสมจำนวน 10,043 คน จากเดิมมียอดป่วยสะสม 8,876 คน รวมในรอบสัปดาห์เพิ่มขึ้น 1,167 คน เสียชีวิต 81 คน
          สำหรับผู้ป่วยยืนยันในทุกจังหวัด พบในเขต/อำเภอ คิดเป็นร้อยละ 74.59 โดยพบผู้ป่วยยืนยันมากว่า 100 คน จำนวน 19 เขต ได้แก่  อ.เมืองนนทบุรี 291 คน เชียงใหม่ 251 คน อุดรธานี 221 คน สมุทรปราการ 178 คน เขตพญาไท 149 คน ปทุมธานี 146 คน เขตจตุจักร 145 คน อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี 124 คน เขตภาษีเจริญ 123 คน เขตจอมทอง 121 คน เขตดุสิต 119 คน เขตบางขุนเทียน 117 คน ภูเก็ต 114 คน เขตดินแดง 111 คน เขตลาดพร้าว 106 คน  เขตบางแค 105 คน อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี 102 คน เขตยานนาวา 101 คน และเขตราชเทวี 100 คน ทั้งนี้ ผู้ป่วยรายใหม่ที่เริ่มป่วยในช่วง 7 วันที่ผ่านมา ส่วนใหญ่มีอายุเฉลี่ย 19 ปี
  กรุงเทพมหานคร เร่งตรวจหนูที่มากับเรือ
          ด้าน พญ.มาลินี สุขเวชชวรกิจ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยหลังประชุมติดตามผลการระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ในพื้นที่ กทม.ว่า จากสถิติผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ในพื้นที่กรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 28 เมษายน – 5 สิงหาคม พบว่ามียอดผู้ป่วยสะสม 3,648 คน รวมยอดในรอบสัปดาห์เพิ่มขึ้น 268 คน ยังมีผู้ป่วยรักษาอยู่ในโรงพยาบาลสังกัด กทม. 574 คน เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ที่ผ่านมา 32 คน
"แม้สถานการณ์การระบาดมีแนวโน้มลดลง แต่ กทม.ไม่ได้นิ่งนอนใจจะยังลงพื้นที่และเน้นการให้ความรู้ด้านสุขศึกษากับ ประชาชน รวมไปถึงป้องกันโรคกาฬโรคปอดด้วย เบื้องต้นให้เจ้าหน้าที่เขตคลองเตยประสานไปยังการท่าเรือแห่งประเทศไทย เพื่อขออนุญาตเข้าพื้นที่ตรวจหาหนูและหมัดที่เป็นพาหะนำโรค คาดว่าจะสามารถลงพื้นที่ได้ประมาณสัปดาห์หน้า หากพบหมัดหนูที่เป็นพาหะอาจต้องกักเรือไว้ 3 วัน" พญ.มาลินีกล่าว
          วันเดียวกัน ที่โรงพยาบาลสิรินธร เขตประเวศ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พญ.มาลินี พร้อมด้วยผู้บริหารสำนักการแพทย์ และสำนักอนามัย เป็นประธานในพิธีเปิดอบรม" โครงการหมอน้อยโรงเรียนเครือข่ายต้านหวัด 2009 ซึ่งมีนักเรียนในพื้นที่ใกล้เคียง ทั้งสังกัด กทม. และสังกัดอื่นๆ เข้ารับฟังข้อมูลเกี่ยวกับการป้องกันไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 เพื่อคัดเลือกนักเรียนเป็นหมอน้อย ช่วยประชาสัมพันธ์วิธีการป้องกันโรคให้กับครอบครัว ประชาชนในพื้นที่ และเพื่อนนักเรียน
  กรุงเทพมหานคร เสียชีวิตรายที่ 19

          เวลา 16.00 น. วันเดียวกัน กองควบคุมโรค สำนักอนามัย กทม. รายงานยอดผู้เสียชีวิตจากไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ว่า ใน พื้นที่กรุงเทพฯ มีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 1 คน เป็นหญิงชราอาศัยอยู่ในเขตบางกอกน้อย มีประวัติป่วยด้วยโรคเส้นเลือดในสมองตีบมาก่อน ส่งผลให้พื้นที่กรุงเทพฯมียอดผู้เสียชีวิตแล้ว 19 คน กลุ่มเสี่ยงยังคงเป็นนักเรียนและผู้สูงอายุ

  ทารกเพศหญิงวัย 5 เดือน ยังโคม่า

          นพ.สมพงษ์ จรุงจิตตานุสนธิ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ เปิดเผยถึงอาการของเด็กทารกเพศหญิงวัย 5 เดือน ที่ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ว่า อาการทั่วไปยังคงทรงตัว แต่ยังอยู่ในขั้นโคม่า ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจตลอดเวลา และต้องพักรักษาตัวในห้องไอซียู โรงพยาบาลศูนย์บุรีรัมย์ต่อไป หลังจากรักษาตัวในห้องไอซียูมานานกว่า 10 วันแล้ว โดยแพทย์และเจ้าหน้าที่ดูแลอาการอย่างใกล้ชิด ส่วนผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ใน จ.บุรีรัมย์ รายอื่นๆ ยังมีผู้ป่วยรักษาตัวที่โรงพยาบาลกว่า 20 คน แต่ส่วนใหญ่มีอาการดีขึ้น และอยู่ในขั้นปลอดภัย
          ด้าน นพ.วีรศักดิ์ เกียรติผดุงกุล รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช จ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า ทางโรงพยาบาลรับผู้ป่วยติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 จำนวน 2 คน โดยเป็นหญิงวัย 32 ปี ตั้งครรภ์ 6 เดือนครึ่ง 1 คน มีอาการไข้สูง หายใจหอบและถี่ ต้องใช้เครื่องหายใจช่วย และแพทย์สูตินรีตรวจอาการของเด็กในครรภ์ยังดิ้นปกติ ส่วนเด็กจะปลอดภัยไม่ติดเชื้อตามแม่หรือไม่นั้นไม่สามารถยืนยันได้
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก

สดุดี ชาติชาย ปั้นสุวรรณ กัปตันผู้พลีชีพช่วยผู้อื่น


บางกอกแอร์เวย์ Bangkok airways

บางกอกแอร์เวย์ส Bangkok airways

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก มติชนออนไลน์ ,หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
หลายคนคงสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับเจ้าของรางวัล 1 ใน 10 สุดยอดสนามบินของโลก 3 ปีซ้อน !?! หลังเครื่องบินของสายการบิน บางกอกแอร์เวย์ส เที่ยวบินที่พีจี 266 ที่ลื่นไถลชนหอบังคับการบินหลังเก่า ขณะลงจอดที่สนามบินเกาะสมุย จนทำให้มีผู้โดยสารและลูกเรือได้รับบาดเจ็บหลายสิบราย และ ชาติชาย ปั้นสุวรรณ หรือ กัปตันชาติชาย ปั้นสุวรรณ อายุ 56 ปี นักบินที่ 1 เสียชีวิตคาเครื่อง!!! 
          เกี่ยวกับเรื่องนี้ หลายฝ่ายจะออกมาคาดการณ์ถึงความเป็นไปได้ว่า ปัญหาอาจเกิดจากเรื่องสภาพดินฟ้าอากาศ ความพร้อมของนักบินกับเครื่องบินเออาร์ที-72 ลำที่ประสบอุบัติเหตุ หรือหอบังคับการบิน ฯลฯ แต่เรื่องนี้ก็ยังไม่มีคำตอบ ต้องการรอพิสูจน์จากกล่องดำที่บันทึกการบินไว้ไปตรวจสอบหาความผิดปกติ รวมถึงผลการสอบสวนภาคพื้นดิน และการสอบปากคำนักบินผู้ช่วย "ธนวัฒน์ เปรมฤทัย" ซึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัส ขณะนี้ยังไม่ได้สติ 
อุบัติเหตุ ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกของสนามบินเกาะสมุย เพราะเมื่อ 20 ปี ก่อนเครื่องบินของสายการบิน บางกอกแอร์เวย์ส เที่ยวบินที่ 125 นำผู้โดยสารออกจากดอนเมืองไปเกาะสมุย ด้วยเครื่องเดอ ฮาวิลแลนด์ รุ่นแดช-8 DHC-8-103 ผลิตในประเทศแคนาดา ทะเบียน OD-1358 เกิดฝนตกหนักกัปตันหลงทิศนำเครื่องเข้าก้อนเมฆ และตรวจสอบระดับความสูงผิดพลาด ทำให้เครื่องบินเสียการทรงตัวเกี่ยวกับยอดมะพร้าวจนเกิดอุบัติเหตุ ส่งผลให้ผู้โดยสารและลูกเรือ 38 คนเสียชีวิตทั้งหมด
          ปี 2552 เกิดขึ้นอีกครั้งกับสายการบินเดียวกันนี้ โชคดีที่กัปตันสามารถรักษาชีวิตผู้โดยสารทั้ง 68 ราย พร้อมกับลูกเรืออีก 2 คน และนักบินผู้ช่วยอีก 1 คน ยกเว้นตัวกัปตันเองที่ต้องสังเวยชีวิตให้ภารกิจครั้งนี้
อย่าง ไรก็ตาม การจากไปของ ชาติชาย ปั้นสุวรรณ ครั้งนี้ได้สร้างความเศร้าเสียใจให้กับครอบครัวและเพื่อนร่วมงานเป็นอย่าง มาก โดยในเว็บไซต์ http://www.thaiflight.com เพื่อนนักบินได้โพสต์ข้อความสดุดีกัปตัน ชาติชาย ปั้นสุวรรณ ที่ยอมเสียสละชีวิต โดยตั้งข้อสังเกตว่า ขณะประสบอุบัติเหตุ ชาติชาย ปั้นสุวรรณ น่า จะตัดสินใจในเสี้ยววินาที นำเครื่องพุ่งชนหอบังคับการบิน ไม่เช่นนั้นเครื่องบินอาจจะพุ่งเข้าชนสถานีดับเพลิง หรือโรงดับเพลิง ที่มีรถดับเพลิงจอดอยู่ และอาจมีถังน้ำมันวางไว้ ซึ่งอาจทำให้เกิดระเบิดจนเกิดเพลิงลุกไหม้ นำไปสู่การสูญเสียชีวิตของผู้โดยสารจำนวนมากก็เป็นได้ และขอยกย่องพร้อมสดุดีให้กับ ชาติชาย ปั้นสุวรรณ ที่เสียสละชีพ เพื่อบังคับคับเครื่องช่วยผู้อื่น
          สำหรับบรรยากาศการรดน้ำศพและสวดพระอภิธรรม ชาติชาย ปั้นสุวรรณ ที่ ศาลา 3 วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน มีพนักงานของสายการบิน บางกอกแอร์เวย์ส มาร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก และเพื่อนพนักงานที่เคยร่วมงานต่างเขียนแสดงความไว้อาลัยในสมุดบันทึก ทำ ให้บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า เนื่องจากผู้ตายเป็นคนอารมณ์ดี มีความรับผิดชอบ และยังเป็นที่รักของเพื่อน ซึ่งพิธีสวดพระอภิธรรมจะมีไปจนถึงวันที่ 9 สิงหาคม และจะมีพิธีพระราชทานเพลิงศพในวันที่ 10 สิงหาคม เวลา 16.00 น.

          ทางด้าน นางจุฑามาศ ปั้นสุวรรณ อายุ 50 ปี ภรรยาของ ชาติชาย ปั้นสุวรรณ กล่าวด้วยความโศกเศร้าว่า ยังทำใจไม่ได้กับการสูญเสียสามี แต่ขอให้สามีสบายใจ อยู่ทางนี้จะดูแลลูกให้ดีที่สุด และไม่ต้องเป็นห่วง พร้อมภูมิใจที่สามีได้ปฏิบัติหน้าที่ของตนเองอย่างดีที่สุดจนวาระสุดท้าย
          ขณะที่ นายศักดิ์สิทธิ์ หรือ น้องกัน ปั้นสุวรรณ อายุ 17 ปี บุตรชายคนเดียวของ ชาติชาย ปั้นสุวรรณ ผู้เสียสละ กล่าวว่า ยังทำใจไม่ได้ที่เสียพ่อ เพราะเร็วมาก ก่อนออกไปบินเที่ยวบินนี้ก็ไม่ได้พูดอะไรกัน และภูมิใจที่พ่อเสียสละชีวิตเพื่อรักษาชีวิตผู้โดยสารบนเครื่องบิน จะตั้งใจเรียนหนังสือเป็นวิศวกรสมอย่างที่พ่อตั้งไว้
ทั้งนี้ กัปตัน (ร.ท.) ชาติชาย ปั้นสุวรรณ  หรือ กัปตันเปิ้ล อายุ 56 ปี เป็นบุตรชายของ กัปตันชัยยะ ปั้นสุวรรณ อายุ 85 ปี อดีตนักบิน บ.เดินอากาศไทย จำกัด เรียกได้ว่าเดินตามรอยเท้าพ่อมาเป็นนักบินอยู่กับ บางกอกแอร์เวย์ส ประมาณ 19 ปีแล้ว และมีประสบการณ์ขับเครื่องเอทีอาร์มา 14 ปี คือ ตั้งแต่ปี ค.ศ.1995 ซึ่ง กัปตันชาติชาย ปั้นสุวรรณ กำลังจะเกษียณประมาณเดือนตุลาคมนี้ แต่ก็มาเสียชีวิตก่อน 
    … ทีมงานกระปุกดอทคอมขอแสดงความเสียใจกับครอบครัว "ปั้นสุวรรณ " ด้วยค่ะ ที่สูญเสียหัวหน้าครอบครัวอันเป็นที่รักไป และขอให้ดวงวิญญาณของกัปตัน ชาติชาย ปั้นสุวรรณ จงไปสู่สุคติ ทั้งนี้ ขอเชิญร่วมไว้อาลัยให้กับกัปตัน ชาติชาย ปั้นสุวรรณ ที่นี่ค่ะ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
, thaiflight.com

พระราชทานชื่อเขื่อน ที่พิษณุโลกเป็น เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน

เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน
เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน

พระราชทานชื่อเขื่อนที่พิษณุโลกเป็น เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน (มติชนออนไลน์)
     เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม นายชูชาติ ฉุยกลม ผู้อำนวยสำนักก่อสร้าง 2 โครงการเขื่อนแควน้อย จ.พิษณุโลก เปิดเผยว่า สำนัก ราชเลขาธิการ พระบรมมหาราชวัง ได้ส่งหนังสือ เลขที่ รล.005.2/13227 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อเขื่อนแควน้อยอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็น เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน ซึ่งหมายถึง "เขื่อนแควน้อยที่ทำให้มีความเจริญขึ้นในเขตพื้นที่" สำหรับเขื่อนทดน้ำพญาแมน ทรงพระราชดำรัสเห็นควรให้ใช้ชื่อเดิม
          อนึ่ง เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน เป็นโครงการพระราชดำริ ตั้งอยู่ที่หมู่ 4  ต.คันโช้ง อ.วัดโบสถ์ ก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์เมื่อเดือนมีนาคม 2552 วงเงิน 3,588 ล้านบาท ประกอบด้วย 3 เขื่อนหลัก ได้แก่ เขื่อนปิดช่องเขาต่ำ ลักษณะเป็นเขื่อนดินสูง 16 เมตร ยาว 640 เมตร ก่อสร้างโดยกรมชลประทาน  ส่วนเขื่อนแควน้อย เป็นเขื่อนหินทิ้งดาดหน้าคอนกรีตสูงจากพื้น 75 เมตร ยาว 681 เมตร และเขื่อนสันตะเคียน ลักษณะเป็นเขื่อนหินทิ้ง แกนดินเหนียวสูง 80 เมตรยาว 1,270 เมตร ก่อสร้างโดยบริษัทกิจการร่วมค้า UBC ตามข้อมูลเดิมระบุปริมาณน้ำกักเก็บสูงสุด 769 ล้านลูกบาศก์เมตร กั้นปิดกั้นลำน้ำแควน้อยที่รับน้ำป่ามาจากเขต อ.นครไทย และ อ.ชาติตระการ จ.พิษณุโลก
          ล่าสุดเขื่อนแควน้อยบำรุงแดนอยู่ระหว่างทดลองและกักเก็บน้ำ พร้อมกำลังดำเนินการก่อสร้างระบบชลประทานเพื่อช่วยบรรเทาปัญหาภัยแล้งและน้ำ ท่วมในเขตพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก – พิจิตรกว่า 155,000 ไร
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก


[direct=http://www.thaigatpat.com]Free blog[/direct]